กฎระเบียบข้อที่ 23
“รู้แล้ว อะ!”
ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ มือหนาก็คว้ามาปลดกระดุมเสื้อของผมทันที ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งกำลังไล่ไปตามสีข้างแล้วลูบไล้มันจนผมอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาปิดปาก
เกิดหลุดเสียงแปลกๆ ไปก็แย่สิ!
ผมหลับตาแน่นเมื่อเสื้อสีขาวถูกถอดออก ก่อนที่สัมผัสต่อมาจะทำให้ผมเบิกตากว้างพร้อมกับสะดุ้งโหยง เมื่อความชื้นแฉะถูกสัมผัสลงมาที่ยอดอก ความเสียวซ่านที่ไม่เคยพบเจอก็ทำให้ร่างกายรู้สึกเหมือนโดนไฟเผา
ผู้ชายเวลาอยู่บนเตียงจะกลายเป็นคนอีกคน
ผมรับรู้ถึงข้อนี้แล้วละ
“อื้อ!” ผมเม้นปากแน่นเมื่อลิ้นร้อนลากเลียสัมผัสยอดอกอย่างไม่ลดละ อีกมือก็สะกิดยอดอกอีกข้างจนเสียวซ่านไปหมด
และก็เหมือนว่าจะเป็นอย่างที่พี่เตชณ์พูด ว่าพี่เขาจะไม่อดทนแล้ว...
“อ๊ะ!” ผมเผลอหลุดเสียงครางออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เมื่อจู่ๆ กางเกงที่สวมอยู่ก็ค่อยๆ ถูกถอดออก ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีอย่างไม่ได้นัดหมาย ยิ่งคนบนร่างยกยิ้มอย่างพอใจในท่าทางของผม มันก็ยิ่งทำให้หน้าร้อนหนักเข้าไปอีก
ถึงจะเคยโดนพี่เตชณ์เห็นมาแล้วครั้งหนึ่งก็เถอะ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เขินนะเว้ย!
“เขินเหรอ?” พี่เตชณ์เอ่ยขึ้นพลางมองผมด้วยสายตาหยอกเย้า ปากก็เตรียมจะพูดใส่หน้าว่า ‘ไม่เขินก็เหี้ยแล้ว’ แต่ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นสะดุ้งทันทีเมื่อมือหนาคว้าไปแตะต้องส่วนที่กำลังชูชัน และนั้นก็ทำให้ผมเผลอหลุดเสียงออกมาอีกครั้ง
“อา!”
ผมร้องลั่นเมื่อมือหนากำลังเลื่อนไปที่อื่น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อผมสัมผัสได้ถึงแรงที่ถูกสอดแรกเข้ามาพร้อมกับความเปียกแฉะ
“อึก...ดีจริงๆ นะที่พกโลชั่นเอาไว้” พี่เตชณ์พูดขึ้นมาแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมไม่มีกะจิตกะใจจะฟังอะไรอีกฝ่ายแล้ว ยิ่งสัมผัสได้ถึงนิ้วร้อนที่สอดแทรกเข้ามาเรื่อยๆ พลางขยับเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ ร่างกายก็เหมือนจะถูกเผาทั้งเป็น
“อ๊ะ! อย่า พี่ อะ” ผมร้องออกมาเมื่อพี่เตชณ์สอดนิ้วเข้ามาเพิ่ม ดวงตาสีเทาที่เคยมีประกายอ่อนโยน บัดนี้กลับลุกวาวน่ากลัวอย่างผิดปกติ ยิ่งผมร้องออกมาดังมากเท่าไหร่ก็เหมือนอีกคนจะแกล้งขยับนิ้วเข้ามารัวๆ จนต้องหลับตาแน่น
ผมก็เคยคิดนะว่าบางทีพี่เตชณ์แค่ชอบแกล้ง แต่แบบนี้มันโรคจิตแล้วไหม!?
“อ๊ะ อืม...” ผมร้องออกมาอีกครั้งเมื่ออีกคนก้มหน้าลงมาไซร้ที่ซอกคอ เสียงสูดหายใจดังขึ้นจนผมหน้าแดงด้วยความเขิน ยิ่งคำพูดที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาพร้อมกับเสียงลงหายใจหนักๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกชาวูบ
“พี่คงรอไม่ไหวแล้วละ”
พรึบ
“อ๊ะ!” สิ้นสุดคำพูด ผมก็ต้องร้องลั่นทันทีเมื่อถูกอีกฝ่ายแยกขาให้ออกกว้าง ก่อนที่ร่างก็แทรกเข้ามาตรงกลาง พร้อมกับแท่นเนื้อที่ถูกสัมผัสด้านหลัง
แค่นิดเดียวผมก็ร้องแล้วอะบอกเลย...
“อา...อย่าเกร็งไข่ตุ๋น”
“ฮะ..อะ!” ผมร้องออกมาเล็กน้อยก่อนจะกำผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อแท่นร้อนถูกใส่เข้ามาทีละนิดๆ ก็รู้อยู่หรอกว่าครั้งแรกมันต้องเจ็บมากแน่ๆ แต่ใครจะรู้ว่ามันจะเจ็บขนาดนี้ เหมือนร่างจะถูกฉีกขาดเอาซะให้ได้จนต้องร้องไห้ออกมา
มือหนาถูกยกขึ้นมาลูบหัวผมหน่อยๆ จนสะดุ้งเล็กน้อย ผมเงยหน้ามองพี่เตชณ์ที่กำลังยกยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะทาบทับลงมาที่หน้าผากเบาๆ
“ไม่เป็นไรนะ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้เจ็บนาน” น้ำเสียงนุ่มดังขึ้น ผมเงยหน้ามองคนด้านบนที่ยกยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะกำมือแน่นแล้วหายใจเข้าลึกๆ
อย่าลืมสิว่านี่ครั้งแรกนะ ใครไม่กลัวหรือไม่ตื้นเต้นบ้างวะ
“อึก!” ผมร้องออกมานิดหน่อยเมื่อความใหญ่โตของแท่นเนื้อถูกสอดเข้ามาอีกครั้ง ก่อนจะรู้สึกม้วนๆ เมื่อมันเริ่มเข้าไปจนสุด พี่เตชณ์ทำตามอย่างที่พูดเอาไว้จริงๆ เพราะยังไม่ทันได้รู้สึกเจ็บมันก็รู้สึกเสียวซ่านขึ้นมาทันทีเมื่ออีกคนเริ่มขยับ ผมเม้มปากตัวเองแน่นเมื่อแรงขยับเริ่มแรงขึ้น เสียงก็ครวญครางลั่นราวกับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย
“อ๊ะ! อ๊า!” ผมร้องออกมาเมื่ออีกคนขยับจนได้มุม พี่เตชณ์เริ่มเร่งจังหวะเข้าออกเรื่อยๆ จนผมต้องซีดปากด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเจอมาก่อน และยิ่งอีกคนขยับเข้ามาแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้ช่องทางรัดแน่นจนร่างสูงต้องเอ่ยออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“อย่ารัดพี่แบบนี้ไข่ตุ๋น อา...”
“อึก! อ๊าๆ!” คำพูดน่าอายบวกกับสัมผัสที่จาบจ้วงทำให้ผมหลับตาแน่น ก่อนจะถูกอีกคนตักตวงทุกอย่างไปจนสิ้น พี่เตชณ์เองก็พยายามที่จะเบาแรงแล้ว แต่อนินจา ทำไมผมยังรู้สึกว่าพี่มนไม่ได้เบาเลยวะ “อ๊ะ พี่ อื้อ!”
ผมร้องออกมาเมื่ออีกคนเริ่มขยับเข้าออกอย่างรุนแรง ด้วยความผวาเลยทำให้ผมคว้าคออีกฝ่ายไว้แน่น ก่อนจะกำมือรับความเจ็บและเสียวซ่านที่ถูกหยิบยื่นให้มาแบบไม่ทันตั้งตัว
มันก็เจ็บ แต่ก็สุขสม...
“อ๊ะ! อะ อา!” ผมร้องลั่นพลางมองภาพตรงหน้าอย่างพร่าเลือน พี่เตชณ์มองมาทางผมด้วยสายตากระหาย ก่อนที่ผมจะต้องเบิกตากว้างเมื่อถูกอีกคนอุ้มขึ้นมาวางไว้บนตัก ในขณะที่ส่วนนั้นยังคาอยู่ “อ๊า!”
รู้สึกว่ามันกำลังสอดเข้ามาลึกกว่าเดิม พี่เตชณ์คว้าเอวผมเอาไว้ก่อนจะกดย้ำลงมาจนผมต้องเม้มปากแน่น และดูเหมือนพี่เตชณ์จะรู้ ริมฝีปากหนาจึงทาบทับมาแล้วสอดลิ้นเกี่ยวกระหวัดจนผมสะดุ้ง
“อื้อ!” ผมร้องออกมาเมื่อถูกอีกคนยกสะโพกสูงแล้วย้ำลงมาที่เดิมอย่างรวดเร็ว จะไม่ว่าเลยถ้าพี่แกไม่จงใจทำแรงอะ! “พี่เตชณ์!”
ผมละจากอีกฝ่ายพลางมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ ซึ่งพี่เตชณ์ก็ทำเพียงหัวเราะก่อนจะพูดต่อ
“อยากให้พี่เป็นคนขยับหรือว่าเราจะทำเอง”
หา!
“ม..ไม่ อึก...” ผมเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เบาหวิวจนแทบจะไม่ได้ยิน รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงคำพูดนั้น
คำถามพี่มันยอดแย่มากพี่เตชณ์!
“อา ถ้าทำหน้าแบบนั้น...”
หา?
ผมขมวดคิ้วนิดหน่อยเมื่อได้ยินพี่เตชณ์พูดอะไรสักอย่าง ก่อนที่นาทีต่อมาจะสะดุ้งโหยงเมื่อแก่นกายเริ่มกระแทกเข้ามาจนผมต้องร้องลั่น
“อ๊า! อะๆ อ๊ะ!”
“เพลาๆ ลงหน่อยก็ดีนะครับ อืม...พี่เองก็มีขีดจำกัดเหมือนกันนะ”
พ..เพลาๆ อะ..อะไร
อยากจะถามประโยคเมื่อกี้ออกไปมาก แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเสียงถูกครวญครางออกมาตลอด พี่เตชณ์ขยับเข้ามาถี่ๆ ชนิดที่ว่าแทบจะหายใจไม่ทัน ผมส่ายหน้าไปมาระรัวเมื่อเวลาผ่านไปเพราะรู้สึกไม่ไหมแล้ว จนได้ยินเสียงแหบพร่าที่กระซิบข้างหูแล้วได้แต่เขิน
“อา ไข่ตุ๋น อึก...”
เพียงไม่นานผมก็เสร็จ แต่ก็ต้องสะดุ้งโหยงในนาทีต่อมาเมื่ออีกฝ่ายพ้นน้ำสีขาวขุ่นเข้าร่างจนต้องตกใจ รู้สึกแปลกๆ แล้วก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง
“พ..พี่เตชณ์ อะ!” ผมร้องออกมาเมื่อทำท่าจะผละออกจากพี่เตชณ์ แต่ก็ถูกอีกฝ่ายคร่อมเอาไว้จนตัวเองนอนแผ่ราบไปกับเตียง ดวงตาสีเทายังไม่มีทีท่าว่าจะสงบ ยิ่งน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาพร้อมกับประโยคชวนให้ใจเสียก็ยิ่งตกใจ!
“อีกรอบนะคนดี”
คุณพระ! พี่เขาขออะไรนะ!?
_____
มีต่อที่หน้าเด็กดีนะจ๊ะ :)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น