กฎของเพื่อนสนิทข้อที่ 09
กฎของเพื่อนสนิทข้อที่
09
“อื้อ!” ยังไม่ทันจะได้ร้องห้าม ริมฝีปากหนาก็ฉกเข้ามาทันที ผมเบิกตากว้างยามเมื่อปลายลิ้นสอดเข้ามาในโพรงปาก ก่อนจะรีบดิ้นหนีลิ้นร้อนที่ตวัดเข้ามาเกี่ยวพันอย่างรวดเร็ว
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลเท่าไหร่
“อื้อ!” ผมร้องเสียงหลงในลำคอทันทียามเมื่อสัมผัสได้ถึงมือหนาที่สอดเข้ามาข้างใต้ต้นขาอ่อน ก่อนจะลูบไปมาจนรู้สึกแปลกๆ ในขณะที่มือหนาอีกข้างก็ลูบเอวไปตามส่วนที่โค้งเว้าของเอว “อื้อ! ต้น เรา... อย่าลูบ!”
ผมว่าพลางมองใบหน้าของอีกคนที่กำลังยกยิ้มอย่างสนุก เห็นแบบนั้นแล้วก็นึกไม่พอใจขึ้นมาตงิดๆ ผมเตรียมจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่างกับคนตรงหน้าแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมา มือหนาก็เลิกเสื้อเชิ้ตของผมขึ้นเหนืออกในวินาทีต่อมา
พรึบ!
เอ๊ะ?
ผมมองเสื้อเชิ้ตสีขาวของต้นที่กำลังสวมอยู่บนตัวของผม ก่อนจะหน้าร้อนผ่าวขึ้นมายามเมื่อดวงตาคมมองยอดอกด้วยสายตาหื่นกาม
“ต้น!”
ไม่ไหวแล้ว อายจนไม่รู้จะอายยังไงแล้ว ฮือ...
พรึบ
เอือก!
ผมสะดุ้งโหยงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายลิ้นร้อนที่แตะลงมาบนยอดอก ก่อนที่เสียงซึ่งเปล่งออกไปจะสั่นไหวอย่างห้ามไม่ได้
“ต..ต้น อะ ยะ..” ผมร้องออกมาพลางหลับตาแน่นเมื่อลิ้นร้อนตวัดเลียยอดอกอย่างรุนแรง ก่อนจะคว้าไหล่หนาที่อยู่ใกล้เพื่อยึดเอาไว้ยามเมื่อนิ้วมือของอีกคนมาสะกิดที่ยอดอกอีกข้าง “อ๊ะ!”
“น่ารักจัง”
อึก!
ผมหน้าร้อนผ่าว พลางกัดปากตัวเองแน่น ไม่อยากที่จะได้ยินเสียงของอีกคนที่กำลังเอ่ยปากชมผมอยู่ได้ว่าน่ารักอย่างนั้นน่ารักอย่างนี้ เพราะยิ่งได้ยิน ร่างกายก็ยิ่งไม่สามารถปฏิเสธสัมผัสที่กำลังเล้าโลมได้อยู่เลย
ผมสะดุ้งโหยงเมื่อหลังสัมผัสลงบนเตียงนุ่ม พลางเงยหน้ามองคนที่ยังดูดดึงยอดอกอยู่ใกล้ๆ เสียงเฉอะแฉะดังขึ้นมาตลอดเมื่อริมฝีปากกำลังถูกใครบางคนดูดจนรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา
“อื้อ อะ...”
“เจียว ยกขาหน่อย”
และก็ไม่รู้ว่าเพราะความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นมาหรือเปล่า ผมถึงค่อยๆ ทำตามประโยคคำพูดของต้นอย่างว่าง่ายทันที แต่ก็สะดุ้งโหยงเมื่อชุดชั้นในถูกอีกคนจับถอดจนไม่เหลืออะไรให้ปกปิดความเป็นชายอีกแล้ว และนั้นก็ทำให้แก้มทั้งสองข้างของผมแดงขึ้นมาทันที
ไม่ไหว! แบบนี้ไม่ดีแน่!
“ไม่ อะ! ต้น...” ผมร้องออกมาก่อนจะพยายามหุบขาลงเพราะเขิน แต่มือหนาก็คว้าเข้าที่ข้อผับแล้วแยกมันออกกว้างจนผมต้องมองต้นด้วยความอาย และก็ยิ่งแย่เมื่อดวงตาคมด้านบนกำลังมองผมด้วยสีหน้าที่กระหายจนแทบจะไหม้เป็นกองไฟ
ผมไม่ชินกันต้นเวอร์ชั่นแบบนี้จริงๆ ถึงเราจะเคยทำกันมาแล้วก็เถอะ!
“ต้นไม่มีโลชั่น ขอโทษนะที่ต้องทำ”
“เอ๊ะ?”
พรึบ
“อ๊า!”
ผมร้องออกมาดังลั่นอย่างตกใจ หลังจากสายตาเป็นเชิงขอโทษที่ส่งมาให้ของต้น ผมก็ไม่เข้าใจว่าอีกคนพยายามจะสื่ออะไร แต่ต่อมาก็ต้องบรรลุ เมื่อใบหน้าของอีกคนก้มลงไปแล้วสัมผัสเข้ากับช่องทางด้านหลังด้วยปลายลิ้นร้อนอย่างรวดเร็ว!
“อ๊า! ต้น ย..ย๊า อย่า” ผมร้องลั่นยามเมื่อสัมผัสได้ถึงลิ้นร้อนที่กำลังละเลียอยู่ที่ช่องทาง พยายามเอามือดันหัวของอีกคนให้ออกไป แต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอ เลยได้แต่มองช่องทางด้านหลังของตัวเองที่ถูกใครบางคนมาเบิกทางให้...ด้วยสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น!
เสียงเฉอะแฉะดังขึ้นอีกครั้ง ผมร้องครางลั่นยามเมื่อปลายลิ้นร้อนกำลังถูไถข้างในอย่างไม่เกรงใจ ผมตัวสั่นเทาทันที รู้สึกเสียวและก็รู้สึกดีไปตามๆ กัน แต่ก็รู้สึกอายเหมือนกันที่ต้องให้อีกคนมาทำอะไรแบบนี้ให้ ยิ่งปลายลิ้นร้อนจูบเข้ากับช่องทางสีหวานอย่างอ่อนโยน ผมยิ่งตัวสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้
“ชุ่มไปหมดเลยนะ”
อย่าพูดได้ไหมเล่า!
ผมเงยหน้ามองต้นที่กำลังส่งยิ้มมาให้ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ความหื่นของอีกคนลดน้อยลงเลย ต้นไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงแค่ส่งนิ้วเรียวยาวเข้ามาทักทายช่องทางด้านหลังจนผมต้องหลับตาแน่นทันที
มัน..คับ
“อะ! ต้น...อย่าเพิ่ง ขยับ...” ผมว่าพลางกำผ้าปูที่นอนแน่นเมื่ออีกคนเริ่มขยับนิ้วเข้าและออกอย่างรวดเร็ว แต่ถึงผมจะพูดไปก็เท่านั้น เพราะอีกคนส่งอีกนิ้วเข้ามาแล้วขยับเข้าออกจนผมต้องกัดปากแน่นเพื่อไม่ให้หลุดเสียงร้องอะไรออกไป
“เจียว อย่ากัดปาก” ต้นว่าด้วยเสียงดุๆ ผมปรือตามองอีกคนที่กำลังมองมาด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนที่ผมจะค่อยๆ คล้ายริมฝีปากออกมาอย่างว่าง่าย
ผมไม่อยากเรื่องมากกับต้นเท่าไหร่...
“อึก...แน่นฉิบ” ต้นเอ่ยขึ้นเมื่อขยับนิ้วเข้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมได้แต่กำผ้าปูที่นอนแน่น รู้สึกต้องการมากเมื่อนิ้วเรียวสัมผัสเข้ากับจุดอ่อนไหว
“ต้น” ผมร้องเรียกชื่ออีกคนพลางเงยหน้ามองด้วยสายตาฉ่ำน้ำ ต้นมองมาด้วยสายตาแปลกใจ ก่อนจะสบถอะไรออกมาแล้วเอ่ยต่อ
“อย่ามองกูแบบนี้เจียว รู้ไหมว่ามันยั่ว”
“งื้อ ต้น...” ผมร้องออกมาพลางคว้าแขนร่างสูงแล้วเขย่าราวกับเด็ก ตอนนี้ความรู้สึกต้องการมันมีมากกว่าความรู้สึกนึกคิด ต้นมองผมด้วยสายตาแปลกใจกับการกระทำดังกล่าว
“เจียว-”
“ไม่เอานิ้วได้ไหม”
กึก!
ร่างสูงชะงักค้างไปทันทีเมื่อผมพูดขึ้นมาแบบนั้น ต้นมองมาด้วยสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ผมมองอีกคนด้วยสายตาอ้อนวอน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นแบบไหน
“อยากได้แล้ว นะ...ต้น”
“เวรเอ๊ย!”
พรึบ!
“อ๊า!”
สิ้นสุดเสียงสบถของคนด้านบน กางเกงก็ถูกปลดออกมาพร้อมกับแก่นกายขนาดใหญ่ที่สอดใส่เข้ามาในช่องทางสีหวานทันที ผมอ้าปากครางลั่นด้วยความทรมาน รู้สึกหายใจไม่ออก แต่ก็ต้องอดทนยามเมื่อแก่นกายหนากดลึกลงมาเรื่อยๆ
“ไอ้สัดเอ๊ย ทำไมมันแน่นจังวะ”
ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่มองใบหน้าที่กำลังทรมานของอีกคนเพราะว่ายังเข้าไปไม่ได้จนสุด สีหน้าของต้นดูทรมานมากจนน่าสงสาร และในวินาทีต่อมา ผมก็ทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อลงไปจนได้...
ผลัก!
“โอ๊ย! ทำอะไรของเจียวเนี่ย?”
ผมพลักอีกคนให้นอนลงไปบนเตียงทันที ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างสูงในขณะที่ยังมีบางสิ่งบางอย่างคาเอาไว้ที่อยู่ช่วงล่าง ต้นเบิกตากว้างทันทีอย่างตกใจ เมื่อมองผมจากมุมนี้ มันอาจจะเป็นภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่ละมั้ง
“เจียว จะทำอะไร”
“อยู่เฉยๆ” ผมพูดพลางมองต้นด้วยสายตาดุๆ อย่างที่อีกคนชอบทำให้ผม ซึ่งอีกคนก็มองผมด้วยสายตาแปลกใจปนๆ ตกใจ “อึก!”
“เจียว อึก...”
ผมกดกายลงไปช้าๆ และนั้นทำให้แก่นกายของอีกคนมันสอดเข้าไปลึกกว่าเดิม และมันก็ทำให้ผมรู้สึกเสียวมากขึ้นเมื่อส่วนนั้นยิ่งสอดเข้ามาในกายลึกเข้าไปอีก
“อ๊ะ!” ผมร้องออกมาเมื่อส่วนหัวของอีกคนมันโดนจุดที่ทำให้รู้สึกดี ผมหลับตาแน่นทันที ก่อนจะค่อยๆ ขยับทามกลางสายตาหื่นกามของใครบางคน
“ฉิบหาย...วิวดีชะมัด อึก!”
“อ๊า!” ผมร้องลั่นเมื่อมือหนาเริ่มอยู่ไม่สุข คว้าแก่นกายของผมเอาไว้แล้วลูบไปมาอย่างรุนแรงจนเผลอลืมขยับ
“ขยับสิเจียว แบบนี้ทำให้ต้นเสร็จไม่ได้นะ”
แล้วจะมาจับตรงนั้นทำไม!
“อึก...ต้น อย่าจับ อ๊ะ!” ผมร้องออกมาเล็กน้อยเมื่อส่วนปลายของแก่นกายถูกนิ้วเรียวขยี้อย่างไม่เกรงใจ ใบหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ ยามเมื่อถูกแตะต้องตรงส่วนอ่อนไหว
“เจียว มันจะหลุดแล้วนะ”
“อึก!” ผมเม้มปากแน่นเมื่อเห็นว่าช่องทางด้านหลังกำลังจะหลุด ก่อนจะค่อยๆ ขยับขึ้นลงช้าๆ จนคนใต้ร่างร้องออกมาด้วยความพอใจ
“อา...นั่นแหละ”
“อึก...”
พรึบ!
“อ๊า!!!”
ผมร้องลั่นเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าเมื่อพยายามที่จะขยับลง แก่นกายใหญ่ก็ส่วนขึ้นมาอย่าแรงจนห้ามไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมาไม่ได้
“อะ! อ่ะ..ต..ต้น”
ผมร้องลั่นเมื่ออีกคนส่วนกายเข้ามาไม่ยั้ง ใบหน้าจองอีกคนมีแรงปรารถนาเต็มเปี่ยม และยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งสติ ร่างกายก็ถูกยกขึ้นสูงโดยที่มีร่างหนาของต้นลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ในขณะที่ช่องทางยังคงเชื่อมต่อกันอยู่
ต้นคว้าเข้าที่ข้อพับขาของผมอีกครั้งก่อนจะส่วนกายขึ้นมากระแทกลงบนช่องทางจนผมครางลั่น เนื่องจากอีกคนดันประแทกได้ตรงจุดอ่อนไหวของผมเสียเหลือเกิน
“อ๊ะ! ต้น อื้อ!” เสียงของผมขาดหายไป เมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลงมาแล้วสอดปลายลิ้นมาเกี่ยวตวัดกัน สมองผมมึนเบลอตอบรับจูบนั้นไปอย่างเกๆ กังๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อกายใหญ่กำลังขยับสวนขึ้นอย่างแรงและเร็วจนต้องสะดุ้ง “อื้อ! อึก!! อะ!”
“เจียว อึก...พร้อมกันนะ”
“อะ..อ๊า!”
ผมร้องลั่นยามเมื่อแก่นกายหนาสอดเข้ามาจนสุดก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ถูกฉีดพ่นเข้ามา พร้อมกับของเหลวที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากแก่นกายของผมเอง
“แฮ่ก...” ผมหอบหายใจทันทีเมื่อรู้สึกเหนื่อย ก่อนจะผละออกจากร่างสูงที่ยังไม่ยอมขยับไปไหน “ส..เสร็จแล้วก็ปล่อย”
ผมว่าพลางมองอีกคนด้วยสายตาฉ่ำน้ำ ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อส่วนล่างของอีกคนกำลังถูกเข้ามาภายในช่องทางของผม และอะไรบางอย่างก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
ม..ไม่จริงน่า...
ผมเบิกตากว้าง เงยหน้ามองต้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ยิ่งเห็นรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าและสายตาที่จ้องมองมา ร่างกายก็แทบจะทรงตัวไม่อยู่
“บอกแล้วไง ว่าเจียวต้องโดนทบต้นทบดอก”
“เดี๋ยวๆๆ เราไม่ไหวแล้ว อย่า อะ! ต้น! อ๊ะ อา!”
ผมไม่รู้ว่าเราจบกันที่รอบ แต่พอรอบที่สามผมก็สลบคาเตียงแล้ว และตลอดเวลาที่ทำกัน ผมก็ได้ยินแต่คำพูดที่ว่า ‘น่ารัก’ ไปหมด
เชื่อแล้วจริงๆ ว่าต้นขาดแคลน!
“ต้น อ๊ะ! หยุด มัน..อ๊า!”
“อา ขออีกทีนะ”
“ไม่เอาแล้ว! อ๊า!”
บางทีผมก็ควรจะคิด...ว่าจะทำยังไงกับนิสัยนี้ของอีกคนดี!
[จบ]
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น