กฎของเพื่อนสนิทข้อที่ 14
กฎของเพื่อนสนิทข้อที่ 14
.
.
.
ปัง
.
.
ปัง
“เดี๋ยวๆ ใจเย็นก่อนต้น หวา!”
ตุ้บ!
หลังจากทริปเที่ยวจบลง รินก็พาผมกับเจียวมาส่ง ผมขอให้อีกฝ่ายมาส่งพวกเราที่หอพัก ซึ่งเป็นหอพักของผมเอง ตอนแรกเจียวทำท่าจะกลับนั่นแหละ แต่ผมไม่ยอม
ผมลากอีกคนขึ้นมาบนห้องได้สำเร็ว ซึ่งพอถึงห้องก็ล็อกประตูให้เรียบร้อย ก่อนจะไล่ต้อนอีกฝ่ายให้จนมุม ซึ่งอีกคนก็ได้มาอยู่บนเตียงของผมได้สำเร็ว โดยมีผมคร่อมเอาไว้
“ต..ต้น”
“ตามที่พูดไว้ คงไม่ลืมใช่ไหม?” ผมพูดพลางยกยิ้มอย่างมีเลศนัย อีกคนสะดุ้งโหยงทันที ไข่เจียวอ้าปากเตรียมจะหยุดผมเอาไว้นั่นแหละ
แต่ผมไม่ให้มันหยุดหรอก
“อื้อ!” ผมรีบยื่นหน้าเข้าไปสัมผัสกับริมฝีปากของอีกคนทันที ร่างบางสะดุ้งเบิกตากว้าง ก่อนจะชะงักเมื่อผมดูดดึงริมฝีปากทั้งล่างและบนซ้ำไปซ้ำมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆ สอดปลายลิ้นเข้าไปสำรวจข้างใน กวาดต้อนทุกอย่างให้หมดราวกับเกินขีดจำกัดของตัวเอง
ใช่ มันเกินขีดจำกัดของผมแล้วครับ รู้ไหมว่าผมต้องอดทนขนาดไหนระหว่างที่ปัญหายังไม่คลี่คลาย ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าต้องการมากกว่าเก่า
“อื้อ...” เสียงครางของอีกคนดังขึ้นมาให้ได้ยิน ผมค่อยๆ สอดมือเข้าใต้เสื้อของมันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะกิดยอดอกให้คนใต้ร่างสะดุ้ง “อื้อ! อึก...ต้น”
ผมผละออกจาริมฝีปากบางทันที มองคนใต้ร่างที่หน้าขึ้นมาแดงระเรื่อด้วยกามอารมณ์ ก่อนจะยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
เหมือนไม่ได้เห็นหน้าแบบนี้มันมานาน
พรึบ
“ต้น!” เสียงร้องเรียกชื่อผมดังลั่น แต่ก็ไม่มีอะไรจะมาหยุดผมได้อีกแล้วในตอนนี้ ผมครอบครองยอดอกสีหวานที่กำลังชูชันขึ้นมาอย่างยั่วยวน ก่อนจะละเลียและดูดดึงให้เสียงครางดังระงม “อึก อะ!”
ผมค่อยๆ ดูดดึงมันเบาๆ เพราะไม่อยากรุนแรงกับมันเหมือนครั้งก่อนๆ ก็เลยต้องอดทนเอาไว้ แต่นั้นก็เหมือนจะทำให้อีกคนทรมานพอตัว
ผมเลื่อนมือลงก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมกางเกงของอีกฝ่าย ไข่เจียวเบิกตากว้างพลางมองมาด้วยสายตาตกใจ
“ด..เดี๋ยว! เราต้องโทรไปบอกที่บ้านก่อนนะว่าอยู่ไหน หยุดก่อน อ๊ะ!” เสียงร้องประท้วงกลายเป็นเสียงครางในเวลาต่อมา ผมผละออกจากยอดอกพลางมองใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีแดง ในขณะที่ดวงตาเริ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตายามเมื่อผมค่อยๆ กอบกุมส่วนน่าอายของผม “อ๊ะ! อื้อ!”
อีกคนร้องลั่น ผมยกยิ้มเมื่อเห็นคนใต้ร่างเริ่มไร้การควบคุม ก่อนจะขยับมือปรนเปรอส่วนของมันอย่างรวดเร็วจนอีกคนเสียวถึงไข่สันหลัง
“จ..จะเสร็จ” ผมยกยิ้มเมื่ออีกคนพูดขึ้นมาแบบนั้น ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดอย่างเขินอายกับคำพูดของตัวเอง ซึ่งผมก็ยกยิ้มอย่างพอใจ สีหน้าที่มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่จะเห็นได้
ไข่เจียวกำผ้าปูที่นอนของผมแน่นเมื่อความต้องการพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ร่างบางจะรีบหลับตาแน่นเมื่อผมเร่งจังหวะ พร้อมกับครางเสียงหวานออกมาไม่หยุดหย่อน และไม่นาน ในที่สุดอีกคนก็ปลดปล่อยออกมา
“ออกมาเยอะเชียว แสดงว่าไม่ได้ทำนานสินะ?”
ฉ่า!
ใบหน้าหวานแดงก่ำไปทั่ว ดวงตาหวานมองผมอย่างอายๆ ปนโกรธนิดหน่อยยามเมื่อถูกพูดแบบนั้นใส่ ผมยกยิ้มให้กับผลงานของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงปรารถนา
“ต่อเลยนะ”
“เอ๊ะ? อ๊ะ!” อีกคนคล้ายสงสัยกับคำพูดอะไรของผม แต่ต่อมาก็ร้องลั่นเมื่อผมดึงกางเกางยีนส์ของเจ้าตัวออก ก่อนจะค่อยๆ สอดใส่นิ้วเข้าไปในช่องทางคับแน่น “จ..เจ็บ อึก...”
แน่นฉิบหาย...
ผมนึกพลางมองคนใต้ร่างอย่างปวดหนึบ ตรงแก่นกายของตัวเองก็รู้สึกแข็งขื่อมาได้สักพักแล้วด้วย
“เจียว”
“?”
ผมเรียกชื่ออีกคนเมื่อเห็นว่ามันเจ็บปวดจากนิ้วที่สอดเข้าไป ท่าทางที่ทำให้ผมต้องถอดนิ้วออกอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“จับไว้หน่อย”
ไข่เจียวมองผมอย่างงุนงงเมื่อเห็นว่าผมคว้ามืออีกคนมาสอดเข้าที่ใต้พับขา และวินาทีต่อมาร่างบางก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ยินอะไรบางอย่าง
“อ๊า! ต้น! อย่า! อึก...!”
ปลายลิ้นร้อนของผมสอดลึกเข้าไปในช่องทางคับแน่น ก่อนจะละเลียมันลงไปให้ลึกจนอีกคนร้องครางไม่หยุด
เจียวร้องครางไปทั่วเมื่อผมดูดดึงและกลืนกินช่องทางด้านหลังจากรวดเร็ว ท่าทางที่ทรมานของอีกคนทำให้ผมรู้สึกปวดหนึบหนักกว่าเดิม
อยากจะใส่เข้าไปเต็มทนแล้ว...
ผมผละออกจากช่องทางสีหวานแล้วเงยหน้ามามองร่างบางที่กำลังหอบหายใจอย่างรุนแรง ท่าทางทรมานที่ทำให้ผมเกือบจะคุมสติเอาไว้ไม่อยู่
ไม่ได้ มึงต้องใจเย็นๆ อย่าเพิ่งตระบะแตกตอนนี้!
ผมค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปใหม่ คราวนี้คงจะไม่เจ็บเท่าครั้งแรกแล้ว ผมมองไข่เจียวที่หน้าขึ้นสี ก่อนจะค่อยๆ ขยับนิ้วทำให้อีกคนร้องลั่นในที่สุด
“อ๊า!”
ผมทำแบบนั้นอยู่ทีเดียว ก่อนจะค่อยๆ ใส่นิ้วเข้าไปเพิ่ม ไข่เจียวกัดริมฝีปากของตัวเองแน่น ในขณะที่ส่วนล่างยังคงขยับดูดดึงนิ้วของผมไม่หยุด
เอาจริงๆ คือแม่งอย่างยั่วอะ
ผมซี๊ดปากทันที มองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแล้วก็ถอดนิ้วออกจากช่องทาง มันเงยหน้ามามองผมเมื่อเห็นว่าผมกำลังรูดซิบกางเกง
“กูไม่ไหวแล้ววะเจียว” ผมพูดพลางมองหน้ามันด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ก่อนจะค่อยๆ ยัดแก่นกายเข้าไปในช่องทางด้านหลัง แต่แค่เข้าไปส่วนหัวก็ทำอักคนร้องลั่นแล้ว
เชี่ย รัดแน่นฉิบหาย
“อ๊ะ!” ผมค่อยๆ ขยับเข้าไปช้าๆ เพราะไม่อยากทำมันเจ็บ อีกคนมองผมด้วยตาปรือๆ ก่อนจะเม้นริมฝีปากตัวเองแน่นเมื่อเห็นสีหน้าทรมานของผม “ต้น”
ผมละความสนใจของแก่นกายของตัวเองมามองใบหน้าของคนใต้ร่าง ไข่เจียวเอื้อมมือมาคว้าคอของผมเอาไว้ก่อนจะดันลงต่ำจนริมฝีปากของผมเกือบจะไซอกคอมันเข้า
มันเป็นอะไรที่อันตรายมากนะรู้ไหม ขืนรุนแรงขึ้นมาทำยังไงวะ!
“ต้น”
อีกคนเรียกชื่อผมกระซิบริมหู น้ำเสียงหวานที่แหบหน่อยๆ ของมันทำผมอารมณ์ขึ้นอีกครั้ง ไม่เคยคิดว่าตัวเองก็ขึ้นได้เพราะมีคนเรียกชื่อเลยวะ แต่แม่ง...กับมันนี่ต้องยอมจริงๆ
และก่อนที่ผมจะประคับประคองสติตัวเองไม่ให้เผลอทำอะไรรุนแรงไป ประโยคบางอย่างก็ถูกเอ่ยขึ้นมาข้างหู พร้อมทั้งความตั้งใจที่ดับวูบในที่สุด
“ใส่เข้ามา...ลึกๆ”
ไม่ทงไม่ทนมันแล้วเว้ย!
ซวบ!
“อ๊า!” เสียงร้องของไข่เจียวดังขึ้น พร้อมกับแก่นกายขนาดใหญ่ของผมที่ดันเข้าไปจนสุด น้ำตาของคนใต้ร่างไหลลงมาด้วยความเจ็บ ในขณะที่ช่องทางด้านหลังของมันบีบรัดตัวตนของผมจนแทบบ้า
ผมพยายามจะไม่รุนแรง
แต่ให้ตายเถอะ...แม่งทำไม่ได้จริงๆ วะ!
“อย่ามาโทษกูทีหลังแล้วกันถ้ามึงลุกไม่ขึ้น”
“อ๊า! อ๊ะ เบา อะ!!”
ผมกระแทกแก่นกายใส่เข้าไปในอีกครั้งไม่ยั้ง ทำเอาร่างบางสะดุ้งไปตามแรงกระแทกทันที จากที่เคยคิดว่าจะอ่อนโยน พออีกคนพูดอะไรแบบนั้นใส่ ความตั้งใจของผมก็ดับวูบทันที
เสียงร้องครางดังทั่วห้อง ผมปลดปล่อยข้างในตัวของอีกคนไปแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ในขณะที่เจียวก็ถูกผมเอาทุกครั้งที่อารมณ์พุ่งสูงขึ้น
“อ๊ะ! ต้น...”
“วันหลังอย่าพูดอะไรแบบนี้อีกเข้าใจไหม?”
“ต..แต่”
“เพราะคนที่ลำบากก็คือเจียวเองนะ”
บอกเลย วันนั้นทั้งวันผมแทบจะไม่ยอมให้ไข่เจียวออกจากเตียงเลย เรียกได้ว่าเอาให้คุ้มกับการรอคอยนั่นแหละ
และมันก็คุ้มจริงๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น